รองเท้าผ้าใบสีขาวคือไอเท็มสุดคลาสสิกที่หยิบมาใส่เมื่อไหร่ก็ดูดี แต่ปัญหาโลกแตกคือความสกปรกและคราบเหลืองที่คอยกวนใจ หลายคนจึงเจอปัญหาซักแล้วไม่ขาวเหมือนเดิม หรือแย่กว่านั้นคือเหลืองกว่าเก่า วันนี้เราจะมาเผยทุกเคล็ดลับกับ วิธีซักรองเท้าผ้าใบสีขาว ฉบับสมบูรณ์ ที่จะเปลี่ยนรองเท้าคู่เก่าให้กลับมาขาวสะอาดเหมือนใหม่ พร้อมแก้ปัญหารองเท้าเหลืองได้อย่างอยู่หมัด
ทำไมรองเท้าผ้าใบสีขาวถึงต้องการการดูแลเป็นพิเศษ?
การดูแลรักษารองเท้าผ้าใบสีขาวอย่างถูกวิธีจะช่วยยืดอายุการใช้งานและคงความขาวสะอาดไว้ได้นาน อ่าน[เคล็ดลับดูแลกระเป๋าหนังสีขาว](/is-a-white-leather-bag-difficult-to-care)เพิ่มเติมเพื่อการดูแลรักษาที่ดียิ่งขึ้น
เพราะสีขาวเปื้อนง่าย ไม่ว่าจะฝุ่น ควัน ดิน โคลน หรือคราบอาหารก็พร้อมจะทิ้งร่องรอยไว้เสมอ แต่ปัญหาที่หนักใจที่สุดคือ "คราบเหลือง" ที่มักปรากฏขึ้นหลังการซัก ซึ่งเกิดจากผงซักฟอกหรือสบู่ที่ตกค้างทำปฏิกิริยากับแสงแดด แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะเรามีทางแก้ที่ถูกต้องมาฝาก
เคล็ดลับที่ 1: สูตรลับจากของใช้ใกล้ตัว
ของใช้ในบ้านหลายอย่างมีพลังทำความสะอาดซ่อนอยู่ สามารถเปลี่ยนรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่เก่าให้กลับมาเจิดจ้าได้อีกครั้ง
ไม่ว่ารองเท้าจะเปื้อนแค่ไหน ของใช้ในบ้านก็ช่วยกู้ชีพให้กลับมาขาวได้
สูตรยาสีฟันขัดขอบยาง
ยาสีฟันเนื้อครีมสีขาว (ห้ามใช้แบบเจล) คือฮีโร่ขจัดคราบเฉพาะจุด โดยเฉพาะขอบยางที่มักมีรอยดำฝังแน่น เพียงป้ายยาสีฟันลงบนแปรงสีฟันเก่า ขัดเบาๆ บริเวณที่สกปรก แล้วใช้ผ้าชุบน้ำหมาดเช็ดออกให้เกลี้ยง
สูตรเบกกิ้งโซดาแก้คราบเหลือง
นี่คือสูตรเด็ดสำหรับ แก้รองเท้าผ้าใบเหลือง โดยเฉพาะ! ผสมเบกกิ้งโซดา 1 ส่วน, น้ำส้มสายชู 1 ส่วน และน้ำเปล่า 1 ส่วน คนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อครีม จากนั้นใช้แปรงจุ่มส่วนผสมแล้วขัดให้ทั่วรองเท้า วางทิ้งไว้ในที่ร่มและมีอากาศถ่ายเทจนแห้งสนิท แล้วเคาะผงออก รองเท้าจะขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เคล็ดลับที่ 2: วิธีซักรองเท้าผ้าใบสีขาวตามประเภทวัสดุ
รองเท้าแต่ละคู่ใช้วัสดุต่างกัน การเลือกวิธีทำความสะอาดให้เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
วัสดุที่ต่างกัน ต้องการวิธีซักรองเท้าผ้าใบสีขาวที่แตกต่างกันออกไป
รองเท้าผ้าใบ (Canvas)
สำหรับรองเท้าผ้าใบ ให้ถอดเชือกรองเท้าออกไปซักแยกก่อน จากนั้นผสมผงซักฟอกหรือน้ำยาล้างจานกับน้ำอุ่น ใช้แปรงขนนุ่มจุ่มแล้วขัดทำความสะอาดให้ทั่ว ล้างออกด้วยน้ำสะอาด และเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญที่สุดคือ การป้องกันคราบเหลือง โดยนำกระดาษทิชชูสีขาวพันรอบรองเท้าให้หนาหลายๆ ชั้น ทั้งด้านในและด้านนอก แล้วนำไปผึ่งลมในที่ร่มจนแห้ง ทิชชูจะช่วยดูดซับคราบสบู่และสิ่งสกปรกออกมา ป้องกันไม่ให้เกิดคราบเหลืองหลังแห้ง
รองเท้าหนัง (Leather)
ห้าม นำรองเท้าหนังไปแช่น้ำเด็ดขาด! วิธีที่ถูกต้องคือใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำสบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องหนังโดยเฉพาะเช็ดเบาๆ ให้ทั่ว จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดเช็ดซ้ำอีกครั้งเพื่อล้างคราบสบู่ออก แล้วเช็ดให้แห้งทันที หากมีรอยขีดข่วนเล็กน้อย สามารถใช้น้ำยาเคลือบเล็บสีขาวหรือสีใสแต้มบางๆ เพื่อปกปิดได้
เคล็ดลับที่ 3: จัดการคราบเฉพาะจุดแบบมือโปร
บางครั้งเราไม่ได้ต้องการซักทั้งคู่ แต่ต้องการจัดการแค่คราบเล็กๆ กวนใจ
จัดการคราบเฉพาะจุดได้ทันทีด้วยสเปรย์โฟมทำความสะอาด
- คราบมัน/คราบอาหาร: ใช้แชมพูสระผมผสมน้ำอุ่นเล็กน้อย แล้วใช้แปรงสีฟันเก่าขัดเบาๆ บริเวณคราบ แชมพูมีคุณสมบัติขจัดไขมันได้ดี
- รอยขีดข่วนบนขอบยาง: ใช้ยางลบดินสอค่อยๆ ถูรอยดำออกก่อน เป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลอย่างไม่น่าเชื่อ
- คราบฝังแน่น: หากเจอคราบหนัก ลองใช้สารฟอกขาว (Bleach) แต่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังสูงสุด! ผสมสารฟอกขาว 1 ส่วน ต่อน้ำ 5 ส่วน ใช้แปรงจุ่มแล้วขัดเฉพาะจุดที่เปื้อนบนผ้าใบ (ห้ามใช้กับหนัง) จากนั้นต้องล้างน้ำเปล่าออกให้หมดจด และนำไปผึ่งลมในที่ร่มเท่านั้น ห้ามตากแดดเด็ดขาด
เคล็ดลับที่ 4: ซักด้วยเครื่องซักผ้า ทำได้จริงหรือ?
คำตอบคือ "ทำได้" แต่สำหรับรองเท้าผ้าใบเท่านั้น และต้องทำตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด
- ถอดเชือกรองเท้าและแผ่นรองพื้นด้านในออก (ซักแยกด้วยมือ)
- นำรองเท้าใส่ถุงซักผ้า เพื่อป้องกันความเสียหาย
- ใส่ผ้าขนหนูเก่าๆ 2-3 ผืนลงไปในถังซักพร้อมกับรองเท้า เพื่อช่วยลดแรงกระแทก
- ตั้งค่าเป็นโหมดซักแบบถนอมผ้า ใช้น้ำเย็น และใช้ปริมาณผงซักฟอกน้อยกว่าปกติ
- ห้ามอบแห้งเด็ดขาด! เมื่อซักเสร็จ ให้นำออกมาพันด้วยกระดาษทิชชูตามเคล็ดลับข้างต้น แล้วผึ่งลมให้แห้ง
สรุป: กุญแจสำคัญสู่รองเท้าขาวเหมือนใหม่
การนำ วิธีซักรองเท้าผ้าใบสีขาว ที่ถูกต้องไปใช้ จะช่วยคืนชีพให้รองเท้าคู่โปรดของคุณได้อย่างง่ายดาย หัวใจสำคัญคือการเลือกวิธีให้เหมาะกับวัสดุ และขั้นตอนที่ห้ามลืมเด็ดขาดคือ การพันกระดาษทิชชูหลังซัก เพื่อป้องกันและ แก้รองเท้าผ้าใบเหลือง ได้อย่างชะงัด เพียงเท่านี้คุณก็จะมีรองเท้าผ้าใบสีขาวสะอาดเหมือนใหม่ไว้ใส่อวดใครๆ ได้ตลอดไป และหากต้องการทราบวิธีดับกลิ่นรองเท้าเหม็นอับ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่